ผลไม้ที่กินแล้วไม่อ้วน

จะเป็นปัญหาที่เกิดการเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องของการที่เราจะกินผลไม้นั่นเองว่าเราควรที่จะกินผลไม้อย่างไรไม่ให้เราอ้วนหรือว่าการที่เรากินผลไม้ที่เราชื่นชอบแล้วเราควรที่จะกินในปริมาณแค่ไหนนั้นเอง  เพราะว่าผลไม้บางอย่างก็ทำให้เราอ้วนได้ถ้าเรากินเยอะจนมากเกินไปนั่นเอง ดังนั้นการที่เราจะเลือกในการกินหรือว่ากินแค่ไหนและมีผลไม้อะไร ที่แคลอรี่ที่ต่ำมากนั่นเอง

  ดังนั้นไปดูกันว่ามีผลไม้ที่สาวชื่นชอบกันบ้างเปล่าถ้าเราว่าผลไม้ที่เราทานอยู่เป็นผลไม้ที่ทำให้เราทานแล้วอ้วนเราก็ควรที่จะเลิกทานได้แล้วนั่นเอง  

   เงาะ แคลอรี่ต่ำ  เป็นผลไม้ที่มีรสชาติที่หวานกรอบเป็นอย่างมากและประโยชน์นั้นเยอะสามารถที่จะตอบโจทย์ให้แก่สาวมากเลยทีเดี่ยวเพราะว่าในประโยชน์ของเงาะมีทั้ง โปรตีน แทนนิน วิตามินบี1.2.3. และยังใหวิตามินซีที่สูงมากอีกด้วยนั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะแก่สาวๆเป็นอย่างมากนั่นเอง ดังนั้นการที่เราเลือกรับประทานระหว่างเงานกับมังคุดเราเลือกที่จะทานเงาะได้มากกว่านั่นเอง 

เพราะว่าเราสามารถที่จะทานได้ทุกวันแต่ว่าเราต้องบอกก่อนว่าเราควรที่จะทานผลไม้ที่สดและใหม่นั่นเอง และในเงาะยังเป็นการช่วยสำหรับคนที่เป็นอาการเกี่ยวกับการท้องเสียอีกด้วยนั่นเองเพราะว่าการที่เราท้องเสียเราสามารถที่จะรับประทานเงาะได้นะค่ะและก็ยังช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อที่เกี่ยวกับแบคทีเรียนั่นเอง เป็นอาการที่เกี่ยวกับการอักเสบในช่องปากนั่นเอง  

ลองกอง ลองกองที่เรากินก็เป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่ที่ต่ำเป็นอย่างมากดังนั้นการที่เราเลือกที่จะรับประทานเราก็ควรที่จะทานเกี่ยวกับการระวังเม็ดนั่นเองเพราะว่าเม็ดของลองกองเป็นเม็ดที่รสชาติที่ขม และเราก็ควรที่จะคายออกนั่นเอง และเมื่อเราสามารถที่จะทานได้ตลอดแต่ว่าในขณะที่เราแกะก็ควรที่จะระวังยางด้วยเพราะว่าลองกองมียางแต่ว่าน้อยกว่าลางสาดนั่นเอง

  และประโยชน์นั้นก็มีมากมายมีทั้งวิตามินเอ บี1.2.3. วิตามินซี ธาตุ และก็แคลเซี่ยม และเราสามารถที่จะทานได้ แต่ว่าเราก็ไม่ควรที่จะทานเยอะจนมากเกินไปนั่นเอง  เพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้น้ำหนักตัวของเรามาเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 

มะม่วง  เป็นผลไม้ที่เราชื่นชอบกันอย่างแน่นอนแต่ว่ามะม่วงนี่สามารถที่จะรับประทานได้ทั้งสุกและดิบนั่นเอง  และประโยชน์นั้นก็มากมายเหมือนกันและใครที่ต้องการที่จะทานแบบสุกก็ต้องระวังหน่อยเพราะว่าการที่เราทานสุกและแบบที่เรียกว่ามีข้าวเหนี่ยวด้วยแล้วนั้นก็อาจจะทำให้เราอ้วนได้อย่างง่ายมากนั่นเอง  และก็ให้พลังงานที่สูงด้วยดังนั้นเราควรที่จะทานแต่น้อยๆเพื่อที่จะไม่ทำให้เรานั้นอ้วนนั่นเอง  และก็ไม่ควรที่จะทานทุกวันนะสำหรับข้าวเหนียวมะม่วงนั่นเอง  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์

ความเชื่อที่ผิด เกี่ยวกับการกินของคนท้อง 

ส่วนในเรื่องของคนที่ตั้งท้องเวลาที่เราท้องเป็นเรื่องที่เราอยากที่จะกินไอ้นั่นไอ้นี่ แต่ว่ามีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องของการกินเต็มไปหมดแต่ว่าเรื่องของคนที่จะกินอะไรก็ต้องมีความระมัดระวัง แต่ว่าเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะกินอะไรได้อย่างสบายใจนั่นเอง  ดังนั้นก็เลยเป็นเรื่องที่เราบอกว่าอาจจะมีความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับเรื่องข้อห้ามที่กิน ซึ่งในวันนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกินที่เราบอกว่ามีความผิดอะไร  

       ความเชื่อเกี่ยวกับการที่เรากินของเปรี้ยวจะได้ลูกสาว ส่วนคนที่ชอบกินของเปรี้ยวจะได้ลูกสาวซึ่งเป็นเรื่องที่เราบอกว่าเป็นไปได้อยากและไม่มีผลวิจัยว่าการที่เรากินของเปรี้ยวเราจะได้ลูกสาวนั่นเอง  ซึ่งเป็นเรื่องที่เราบอกว่าเป็นเรื่องที่ผิด  แต่ว่าการที่เรากินของเปรี้ยวเป็นเรื่องที่เกิดจาการที่เราแพ้ท้องในช่วงแรกมากกว่านั่นเอง แต่ว่าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการรู้เพศนั่นเอง  เป็นความเชื่อที่ผิดนั่นเอง   

      กินกระเทียมบอกเพศได้  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศที่บอกว่าการที่เรากินกระเทียมจะช่วยในเรื่องของการบอกเพศของลูกได้นั้นเป็นเรื่องที่ผิด   เพราะว่ามีเล่าว่าการที่เรากินกระเทียมแล้วเมื่อกลิ่นของกระเทียมออกตามรูขุมขนถ้ากลิ่นออกแสดงว่าเราจะได้ลูกชาย แต่ถ้าไม่ออกเราจะได้หญิง ซึ่งความเชื่อนี้เป็นเรื่องที่ผิดอีกเหมือนกันนั่นเอง  การที่เราจะรู้ได้เราต้องพึ่งทางการแพทย์เช่น การที่เราใช้เครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อที่จะดูเพศเด็กหน้าจะชัดเจนมากกว่านั่นเอง  

     การกินน้ำมะพร้าวเผาจะแท้งลูก  ในเรื่องของการที่เราจะกินน้ำมะพร้าวเผาอาจจะทำให้เราแท้งลูกเนี่ยเป็นเรื่องที่เราบอกเราได้เลยว่าเป็นความเชื่อที่เราได้ยินมานานมากพอสมควรเพราะว่าการที่เรากินจะทำให้เกิดอากรแท้งลูกได้เป็นเรื่องที่ผิด  การที่เรากินน้ำมะพร้าวไม่ใช่ว่าจะทำให้เกิดอาการแท้งลูกได้  มีความพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด   

     ไม่ควรที่จะกินทุเรียน  เราอาจจะเคยได้ยินกันมาแล้วว่าการที่เราตั้งท้องเขาไม่แนะนำให้กินทุเรียน  เพราะว่าทุเรียนเป็นผลไม้ที่ร้อน  เมื่อเรากินไปอาจจะทำให้เกิดอาการแท้งลูกได้นั่นเอง  แต่ว่าเรื่องของความเป็นจริงก็คือว่าการที่เรากินทุเรียนเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะกินได้เพราะว่าร่างกายของคนที่ท้องต้องการเกี่ยวกับโฟเลตที่สูงอยู่แล้ว 

แต่ว่าด้วยเรื่องของน้ำหนักแต่ละคนก็ต้องอาจจะเป็นเรื่องที่ต้องควบคุม  หรือว่าอาจจะต้องควบคุมเกี่ยวกับเรื่องของน้ำตาลเพราะว่าการที่เรากินมากไปอาจจะทำให้เกิดการเป็นโรคเบาหวานตอนท้องได้นั่นเอง  และก็เสี่ยงต่อลูกอีกด้วยนั่นเอง  ดังนั้นเราควรที่แค่ที่จะกินครั้งหนึ่ง 1-2 เม็ดนั่นเองไม่ควรที่จะกินมาก  กินแค่พอหายอยากเพียงเท่านั้นก็พอ  

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

อาการหน้ามืดนั้นอาจจะเป็นอันตรายได้

อาการหน้ามืดที่หลายๆคนนั้นเคยเป็นอาจจะมีอาการที่เรานั้นรู้สึกว่าว่าหน้ามืดกับการที่เรานั้นเดินเซ หรือว่าเรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นยืนไม่ตรงนั่นเอง  และเรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นอาจจะทำอะไรที่เร็วเกินไปอย่างเช่นการที่เรานั้นลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป  หรือว่าอาจจะเป็นอาการทีเรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเปล่านั่นเองก็เลยทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นมีอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นนั่นเอง   

และอาการที่เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นหน้ามืออาจจะแอบแฝงไปด้วยโรคอื่นๆที่ตามมานั่นก็เป็นไปได้เหมือนกันอยู่ที่เรานั้นจะรีบไปหาหมอเพื่อที่จะเข้าการรักษาหรือเปล่านั่นเอง วันนี้เรานั้นจะมาบอกอาการที่ทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นมีอาการหน้ามืดเหล่านี้ได้มีโรคอะไรบ้าง  

  • โรคเลือดจาง การที่เรานั้นเป็นโรคเลือดจางนั้นเราจะเป็นมาตั้งแต่แรกเกิดหรือว่าเรานั้นพึ่งที่จะรู้ตัวว่าเรานั้นเป็นโรคนี้อาการของโรคนั้นเราจะรู้สึกว่าเรานั้นหน้ามืดที่บ่อยครั้งนั่นเอง  ที่เกิดจากเกร็ดเลือดของเรานั้นต่ำลง  หรือว่าการที่เรานั้นรับธาตุเหล็กนั้นน้อยไป  การที่เรานั้นเป็นโรคนี้เราก็จะเสี่ยงกับอาการหน้ามืด  รวมไปถึงการที่เรานั้นเป็นประจำเดือนแล้วการที่เรานั้นมีเลือดที่เยอะนั้นก็เป็นสาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เรานั้นเกิดอาการหน้ามืดก็ได้นั่นเอง   การี่เรานั้นเลือกที่จะกินอาหารนั้นเราก็ควรที่จะกินเป็นผักใบเขียวที่เพิ่มมากขึ้นหรือว่าการที่เรานั้นกินแต่ไข่แดงอย่างนี้เป็นต้น  หรือว่าเรานั้นจะรับประธานอาหารที่มีธาตุเหล็กด้วยอย่างนี้เป็นต้น  
  • การที่เรานั้นพักผ่อนไม่เพียงพอ  การที่เรานั้นเข้าสู่วัยที่เราต้องทำงานนั้นอาการที่เรานั้นเป็นอาจจะบ่อยได้มากขึ้น  หรือว่าเรานั้นเป็นนักเรียน  การที่เรานั้นไม่รู้จักการที่เราพักผ่อนให้เป็นเวลานั้นจะเป็นเรื่องที่เรานั้นไม่ควรที่จะทำดังนั้นการที่เราพักผ่อนให้เพียงพอเป็นเรื่องที่เราสมควรที่จะทำนั่นเอง เมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพออาการหน้ามืดนั้นจะตามมาทันที  อย่างเช่นเรานั้นเป็นนักเรียน เมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพออาการที่เราต้องยืนนั้นหน้าเสาธงนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องเจอนั่นเอง  เรานั้นอาจจะเป็นลมหรือว่าหมดสติก็ได้เหมือนกัน  
  • ความผิดปกติที่เกี่ยวกับสมอง  เมื่อเรานั้นมีความผิดปกติเกี่ยวกับหลอดเลือดนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นไม่ควรที่จะปล่อยทิ้งเอาไว้เพราะว่าการที่เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นหน้ามืด  หรือว่ามีอาการที่เรานั้นรู้สึกว่าเราปวดหัวร่วมด้วยนั้นเราก็ควรที่จะไปหาหมอโดยด่วนเพราะว่าถ้าเรานั้นปล่อยทิ้งเอาไว้เรานั้นอาจจะกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์อัมพาต  ก็ได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์

อาหารเสริมสร้างสุขภาพเหงือก และฟัน

สุขภาพเหงือก และฟันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอวัยวะที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร และยังเป็นอวัยวะที่ใช้สื่อสารกับผู้อื่น ดังนั้นเราจึงควรดูแลสุขภาพเหงือก และฟันที่สำคัญให้เป็นอย่างดี นอกจากการแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพเหงือก และฟันก็สามารถช่วยทำให้เหงือก

และฟันของเรานั้นแข็งแรง และมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันในทุก ๆ 6 เดือน เพราะหากมีฟันผุหรืออาการอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพภายในช่องปากจะได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที และนอกจากนี้การขูดหินปูนทุก ๆ 6 เดือน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อช่วยลดคราบหินปูนต่าง ๆที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก

แอปเปิ้ล ในผลไม้ชนิดนี้มีกรด Malic ผสมอยู่ด้วย โดยกรด Malic มีความสำคัญต่อสุขภาพช่องปากเพราะสามารถช่วยทำให้แบคทีเรียในช่องปากลดลงได้ ดังนั้นหากรับประทานแอปเปิ้ลเป็นประจำจะสามารถช่วยให้กลิ่นปากลดลงได้ และใยอาหารที่อยู่ในแอปเปิ้ลก็สามารถช่วยทำให้สุขภาพเหงือกของเราแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายในอีกหลาย ๆด้านจากการรับประทานผลไม้ชนิดนี้

ถั่ว ในถั่วชนิดต่าง ๆมักจะมีสารที่ช่วยในการขัดฟันอยู่ การรับประทานถั่วจะช่วยทำให้สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามเหงือก และฟันหลุดออกไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากการรับประทานถั่วอาจมีเศษของถั่วติดอยู่ตามซอกฟันต่าง ๆควรแปรงฟันหลังการรับประทานถั่วทันที เพื่อไม่ให้มีเศษอาหารสะสมจนกลายเป็นคราบหินปูน และส่งผลให้มีกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ขึ้นได้

นม เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในนมนั้นมีโปรตีน และแคลเซียมสูง สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันของเราให้แข็งแรงขึ้นได้ การรับประทานนมอุ่น ๆเป็นประจำทุกวันนั้นจึงเป็นผลดีต่อสุขภาพเหงือก และฟันเป็นอย่างมาก และที่สำคัญการดื่มนมนั้นควรดื่มจากแก้วมากกว่าการดื่มโดยใช้หลอดดูด จะทำให้ฟันได้รับแคลเซียมจากนมได้เป็นอย่างดีมากกว่า และยังช่วยลดอาการเหงือกร่นได้อีกด้วย

แครนเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดนี้นั้นมีประโยชน์อย่างมากมายต่อสุขภาพร่างกาย และที่สำคัญมีฤทธิ์คล้ายกันกับยาแก้อักเสบ การรับประทานแครนเบอร์รี่จะสามารถช่วยลดอาการอักเสบของแผลในช่องปากลงได้ 

ว่านหางจระเข้ ในปัจจุบันมีการนำมาแปรรูปให้สามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น และยังมีประโยชน์ทั้งภายใน และภายนอกร่างกาย เมื่อใช้ภายนอกมีฤทธิ์ในการสมานแผล ลดอาการอักเสบต่าง ๆ แต่หากนำมารับประทานจะมีฤทธิ์คล้ายกันกับยาแก้ปวด ผู้ที่มีอาการปวดฟันสามารถรับประทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้

 

สนับสนุนโดย  หวยฮานอยออนไลน์

บลูเบอร์รี่มีดีอย่างไรบ้าง

 หลายคนคนเคยเห็นและเคยทานบลูเบอร์รี่กันมาบ้างแล้ว เพราะเป็นผลไม้ที่กินแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาแนะนำรายละเอียดของบลูเบอร์รี่ให้ทราบกันค่ะ บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนินมาจากประเทศในแถบอเมริกาเหนือ ลำต้นมีลักษณะเป็นพุ่มสูงใบจะมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปคล้ายหอก มีดอกสีขาว สีชมพูและสีแดงลักษณะของดอกจะคล้ายกับระฆัง ส่วนผลของบลูเบอร์รี่จะมีลักษณะกลมๆเล็กๆ ที่ปลายของผลจะมีวงแหวนเล็กๆมีลักษณะเหมือนกับมงกุฎ สีของผลบลูเบอร์รี่จะแบ่งออกเป็นระยะแรงจะมีสีเขียว แต่พอเริ่มโตมาหน่อยจะเริ่มมีสีแดงม่วงและเมื่อสุกจะมีสีครามและมีรสหวานอมเปรี้ยว

อย่างที่เราทราบกันดีว่าบลูเบอร์รี่มีประโยชน์มากมายเพราะในผลของบลูเบอร์รีจะให้วิตามินซีสูงและยังมีสารอื่นๆอีกมากมายเรามาดูกันว่าประโยชน์ที่เราจะได้จากการทานบลูเบอร์รี่มีอะไรบ้าง

เพราะในบลูเบอร์รีมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุเยอะหลายชนิดและแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้นดังนั้นการ

ทานบลูเบอร์รีจึงสามารถช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่อยู่ในร่างกายให้มีแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยต่างๆได้มากขึ้นรวมถึงการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง หรือแม้แต่ปัญหาเลือดออกตามไรฟันก็สามารถช่วยได้

  1. เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงสามารถเพิ่มการทำงานของเซลล์ให้มีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น โดยสามารถช่วยลดปัญหาการอักเสบของหลอดเลือด ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ป้องกันการเกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวสมองและประสาท และที่สำคัญที่คนนิยมกินกันมากเพราะว่าจะช่วยในเรื่องการชะลอการแก่และช่วยในเรื่องของริ้วรอยไม่ให้มากวนใจ
  2. เนื่องจากผลไม้มีรสหวานอมเปรี้ยวจึงช่วยให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าเมื่อได้ทาน กินแล้วจะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
  3. ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารดี ขับถ่ายคล่องไม่เป็นโรคท้องผูกช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้
  4. มีสารที่ช่วยยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียที่อยู่ตามผนังท่อทางเดินปัสสาวะ ทำให้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเกิดการอักเสบ
  5. อีกเหตุผลที่เป็นประโยชน์ของบลูเบอร์รี่และทำให้คนนิยมกินกันมากก็คือ บลูเบอร์รีกินแล้วอิ่มแล้วให้พลังงานต่ำเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก
  6. บลูเบอร์รีช่วยในเรื่องของการลดคอเลสเตอรอลและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้เพราะมีสารเพคติน
  7. และที่สำคัญสามารถล้างสารพิษในร่างกายได้ 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Kardinal stick

ท้องเสียมากจากการดื่มกาแฟ


ท้องเสียมากจากการดื่มกาแฟ
หลายๆ คนบางทีอาจจะเคยสังเกตว่าสินค้าลดความอ้วน หรือยาระบายถ่ายท้องสำหรับผู้ที่มีลักษณะท้องผูก มักมาในลักษณะของกาแฟสำเร็จรูป บางบุคคลกล่าวว่าดื่มกาแฟอย่างไรก็จำต้องถ่ายอยู่แล้ว เพียงแค่กาแฟปกตินี่แหละ ไม่ต้องใส่สมุนไพรมะขามแขกหรืออะไรทั้งหมด แต่ว่ากับบางบุคคลก็ดื่มกาแฟแล้วไม่มีอาการอะไรใดๆ เพราะเหตุใดถึงเป็นแบบนั้น?

นพ.พิรัตน์ หมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์ เจ้าของเฟซบุ๊คเพจ ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว ชี้แจงว่า

กาแฟ รวมทั้งคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นตัวรับมัสคารินิก ซึ่งกระตุ้นให้ลำไส้ของเรามีการบีบตัว นอกนั้นการกินน้ำ (กาแฟ) ในจำนวนมาก (3 แก้วขึ้นไป) ก็ทำให้กระเพาะยืดตัว กระตุ้นแก๊สโตรโคลิกรีเฟล็กซ์ ซึ่งทำให้เกิดการถ่ายอย่างหมดไส้หมดท้องได้”

แม้กระนั้นกรณีนี้จะเกิดขึ้นก็เมื่อเป็นผู้ที่ไม่เคยดื่มกาแฟมาก่อน หรือนานๆ ดื่มกาแฟ ไม่ได้ดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนใดกันแน่ที่รู้สึกตัวว่าไม่ค่อยได้ดื่มกาแฟ ก็อย่าดื่มกาแฟมาก เพราะว่านอกเหนือจากจะมีความเสี่ยงต่ออาการท้องเดินแล้ว บางทีอาจโดนฤทธิ์ของคาเฟอีนเข้าไปได้ (ในบางราย) เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ ไม่สบายใจ ปวดหัว หรือบางบุคคลบางครั้งก็อาจจะแพ้คาเฟอีน ยกตัวอย่างเช่น ริมฝีปาก หรือลิ้นบวม ผื่นขึ้น ถ้าหากมีลักษณะอาการร้ายแรงบางทีอาจถึงกับขนาดหน้าบวม หายใจไม่ออก อ้วกคลื่นไส้ แล้วก็เวียนหัวได้ด้วยเหมือนกัน

โดยเหตุนั้น เทคนิคสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ดื่มกาแฟแล้วต้องการดื่มเพื่อแก้ง่วงนอน หรือต้องการดื่มเพื่อลิ้มชิมรสชาติ ควรที่จะเลือกดื่มกาแฟในสูตรที่ไม่เข้มข้นมากมาย อาจจะเริ่มต้นจากกาแฟลาเต้ มอคค่า หรือสั่งบาริสต้าให้ลดความเข้มข้นกาแฟลง รวมทั้งอย่าดื่มเกิน 1 แก้วในคราวเดียว ตลอดวันไม่ดื่มเกิน 3 แก้ว (แก้วกาแฟ) จิบครั้งละนิด เบาๆ ไม่ดื่มรวดเดียวหมด หรือจะหาอาหารทานระหว่างดื่มกาแฟไปด้วยก็ได้ จะช่วยทำให้ร่างกายซึมซับคาเฟอีนช้าลง

เช็คสุขภาพก่อนวิ่งเพื่ออะไร

สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่งนั้น ควรทำการตรวจสุขภาพก่อน เพราะจากเหตุการณ์ที่ผ่านมามักพบการที่เราไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ข้างหน้าได้ซึ่งจะพบกับนักวิ่งอยู่เสมอ คือการที่กำลังป่วยเป็นโรคบางอย่างอยู่ และเมื่อวิ่งทำให้อาการของโรคกำเริบจนเสียชีวติ โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งหากใช้กำลังหรือออกแรงมากกว่าปกติจะส่งผลกับการเต้นของหัวใจ ทำให้เสียชีวิตจากหัวใจวายขณะวิ่งได้ ดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งเอง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนวิ่งอยู่เสมอ ด้วยเหตุผล 2 ข้อ ดังนี้

1. ค้นหาโรคร้ายที่ซ่อนอยู่
ในการตรวจสุขภาพนั้นแน่นอนว่าเป็นการเช็คทุกอย่างของร่างกายเราเพื่อทำการตรวจคัดกรองโรคทั่วไปที่อาจไม่สามารถตรวจพบได้ หรือไม่มีแสดงอาการออกมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งการออกแรงมากเกินกว่าปกติต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะส่งผลโดยตรงกับการเต้นของหัวใจทำให้หน้ามืด เป็นลม เเน่นหน้าอก ใจสั่น หรือเสียชีวิต รวมถึงโรคร้ายอื่นๆ เช่น โรคเนื้อเยื่อสมองเสื่อมรุนแรงเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของนักกีฬาอาชีพ อย่าง ไมค์ เว็บสเตอร์ (Mike Webster) นักอเมริกันฟุตบอลผู้มีชื่อเสียง ที่ปฏิเสธการตรวจสุขภาพก่อนลงแข่ง

2. ประเมินความเสี่ยงของร่างกาย
ร่างกายของทุกคนมีพื้นฐานความแข็งแรงและอื่นๆ ที่แตกต่างกัน ดังนั้นร่างกายจึงสามารถรองรับหรือทนต่อสิ่งต่างๆ ได้แตกต่างกัน ดังนั้นในการวิ่งมาราธอนที่ต้องใช้กำลังกายและกำลังใจมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่เคยลงสนามมาก่อน หรือพึ่งลงวิ่งมาราธอนเป็นครั้งแรก บอกกับสภาพอากาศที่ร้อนมากของประเทศไทยยิ่งทำให้การวิ่งนั้นหินมาก มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Harvard University) ได้ทำการศึกษาวิจัย และพบว่า มีคนหนุ่มสาวเสียชีวิตขณะเล่นกีฬามากกว่า 200-300 คน ในทุกๆ ปี โดยสาเหตุการตายก็จะมี โรคหอบหืด โรคลมแดด ดังนั้นการหายใจให้เป็นจังหวะและดื่มน้ำให้เพียงพอในระหว่างวิ่ง รวมถึงหมั่นสังเกตอาการขณะวิ่ง ไม่ควรฝืนหากพบว่ามีอาการผิดปกติ การพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนออกวิ่งจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง อันตรายแค่ไหน

โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง เกิดจากสาเหตุใด ?
จากกรณีการเสนอข่าวเรื่องมีพยาธิสตรองจิลอยด์ (Strongyloidiasis) ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อถึงแก่ความตาย ในผู้ที่ไม่สวมรองเท้าชอบเดินเท้าเปล่า จากการที่มีพยาธิไชผิวหนังเข้าไปในร่างกายและเข้าสู่กระแสเลือด ลุกลามไปถึงอวัยวะสำคัญต่างๆ และเสียชีวิตในที่สุด โรคพยาธิชอนไชผิวหนัง เกิดจากพยาธิตัวกลมระยะตัวอ่อนที่สามารถไชเข้าสู่ผิวหนังได้ และพยาธิปากขอที่พบในสัตว์อย่าง แมว สุนัข วัว และควาย รวมไปถึงพยาธิเส้นด้ายของสัตว์

พยาธิ พบได้ที่ไหน ?
แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พยาธิตัวอ่อนในระยะติดต่อพบในดินที่ชื้นแฉะที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ และจะไชเข้าสู่ผิวหนังปกติ หรือผิวที่มีแผล ในคนที่เดินเท้าเปล่า หรือเด็กที่นั่งเล่นบนพื้นดิน หรือทรายบริเวณชายหาด

อาการของโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง
1. ผื่นขึ้นบริเวณมือ เท้าหรือก้นที่สัมผัสกับดินทรายโดยตรง
2. เห็นเป็นเส้นนูน แดง หรือตุ่มน้ำใส ขนาดประมาณ 3 มม. และอาจยาวถึง 20 ซม. คดเคี้ยวไปมาตามการไชของพยาธิ ซึ่งจะเคลื่อนที่ได้วันละ 2-3 มิลลิเมตร หรือหลายเซนติเมตร
3. มีอาการคันมาก อาการทางผิวหนังมักจะเกิดใน 1-5 วันหลังสัมผัส และคงอยู่ได้นาน 2-14 สัปดาห์หรือนานเป็นปี
4. อาการอื่น ๆ ที่อาจพบในผู้ป่วยบางราย เช่น อาการทางปอด เช่น ไอ หรือ ผื่นลมพิษ
สำหรับตัวจิ๊ดหรือตัวอ่อนของพยาธิจะเคลื่อนที่อยู่ในผิวหนังชั้นลึกๆ จะมีอาการบวมแดง อักเสบและปวด เมื่อพยาธิย้ายที่ไปมา แตกต่างกับกลุ่มพยาธิปากขอ ที่ไม่สามารถเติบโตในร่างกายคนได้ จึงทำได้เพียงแค่ไชอยู่ในผิวหนัง จนตายไปเอง หรือร่างกายเราสามารถกำจัดได้เองจากภูมิคุ้มกันหรือจากการรักษา

การรักษาโรคพยาธิชอนไชผิวหนัง
สำหรับการรักษาพยาธิ สามารถใช้ยาฆ่าพยาธิ ชนิด albendazole 400 มก.ต่อวัน นาน 3 วัน หรือ ivermectin รับประทานครั้งเดียว เป็นการรักษาที่ได้ผลดี เนื่องจากในประเทศไทยพบอัตราการเป็นโรคพยาธิปากขอสูงในแมวและสุนัข และสัตว์เลี้ยงทั้งสองก็มีมากในประเทศไทยทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ จึงมีโอกาสที่พยาธิปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมมาก การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ไม่ให้พยาธิไชเข้าร่างกาย จะต้องสวมรองเท้าเวลาเดินเสมอ และหลีกเลี่ยงการนั่งหรือสัมผัสบนดิน ทราย ที่อาจมีการปนเปื้อนมูลสัตว์ และควรถ่ายพยาธิให้แมวและสุนัขเพื่อไม่ให้มีการแพร่ปรสิตสู่ดิน

ไขมันพอกตับกับ 10 สัญญาณที่ทำให้ตับเสื่อม

10 สัญญาณ ตับเสื่อม

คนเรามักมองข้ามอาการขั้นพื้นฐาน โดยไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นที่นำพาไปสู่โรค ไขมันพอกตับ หรือโรคภัยร้ายแรงที่เราคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นก็คือโรคตับ ความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเท่านั้น คนปกติที่ทานอาหารทั่วไปก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน วันนี้เรามาเช็กร่างกายกันคร่าวๆดีกว่า ว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้

  1. ตาเหลือง เป็นเพราะเลือดมีปริมาณบิลิรูบินมากเกินไป สาเหตุมาจากการที่ตับไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้บิลิรูบินคั่งอยู่ในกระแสเลือด และทำให้ตาขาวกลายเป็นสีเหลือง
  2. ตาขาวมีเส้นเลือดขึ้น เกิดจากสาเหตุที่ตับทำงานหนักเกินไป ทำให้มีอาการตาแดงโดยที่ไม่ได้ทำงานหรือใช้สายตาเลยก็ตาม
  3. หน้าหมอง เกิดจากตับทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ผิดปกติ ทำให้สารพิษที่เข้าสู่ร่างกายนั้นไม่ได้ผ่านการกรองโดยตับ จึงทำให้ผิวพรรณและใบหน้าเราหมนหมองและไม่ผ่องใส
  4. มีน้ำตาคลอ หากไม่ได้มีอาการฝุ่นเข้าตา หรือมีความรู้สึกอื่นๆที่ทำให้ร้องไห้ อาจเป็นไปได้ว่าตับของคุณกำลังมีอาการผิดปกติอยู่
  5. เล็บหักบ่อย อาจเป็นได้ไปว่าร่างกายของเราได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แม้ว่าจะทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้วก็ตาม เกิดจากตับไม่ได้ทำงานในส่วนของส่งสารอาหารที่มีประโยชน์ไปยังอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย
  6. ผิวช้ำง่าย เมื่อตับของเราทำงานได้ไม่ดี การหมุนเวียนของเลือดย่อมมีปัญหาตามไปด้วย ส่งผลให้เเส้นเลือดไม่แข็งแรก และกลายเป็นคนที่ช้ำง่าย
  7. เลือดออกที่เหงือกแบบไม่มีสาเหตุ หากคุณไปพบแพทย์แล้วไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับสุขภาพฟัน จงพึงระวังไว้ว่าสาเหตุรองลงมาก็คือตับทำงานผิดปกติ
  8. ปวดท้องแบบระบุจุดไม่ได้ หรือปวดท้องแบบเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เป็นอีกสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าตับมีปัญหา และอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคอื่นๆตามมาได้
  9. ท้องโต หรือเท้าบวม เกิดจากการดูดซึมของตับแย่ลงจึงทำให้มีอาการเหล่านี้ หากมีไข้ร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดทันที
  10. การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป มีอาการหลงลืม ไม่มีสติ หรือดูไม่เหมือนตัวเองในวันที่ปกติ อาจเป็นเพราะมีสารพิษตกค้างในร่างกาย เนื่องจากตับทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ออกซิเจนในร่างกายลดลง