ไข้หวัดนก (Bird Flu)

ชีวิตที่แสนจะดำเนินไปเป็นปกติของเรา ในหนึ่งวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น ในหนึ่งวันก็ตื่นเช้าออกไปเรียน    ไปทำงาน กลางวันก็พักกินข้าว พอตกถึงเย็นก็กลับเข้าบ้านอาบน้ำนอน และถ้าพูดแบบนี้แล้ว และวันหนึ่งเราเกิดป่วยขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สาเหตุ ของการป่วยเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะในการใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมต่างๆ

ก็ทำเหมือนปกติทั่วไป แค่คุณรู้หรือไม่ว่าเชื้อโรค  ที่ทำให้เราป่วนนั้นมีอยู่ทุกที่ถ้าเราไม่รู้จักรักษาความสะอาด กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สิ่งที่ได้กล่าวมานี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่จะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง

การที่เรามีสุขภาพที่ดีถือว่าเป็นโชคดี  ของเราเป็นอย่างมาก เพราะน้อยคนนักที่จะมีสุขภาพที่สมบรูณ์แข็งแรง โดยอย่างยิ่งในปัจจุบันยิ่งมีแต่สิ่งที่ทำให้เราป่วยง่าย ตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันนี้มีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย มีทั้งไข้หวัดธรรมดาและโรคระบาด  ที่ทำให้เป็นสาเหตุการตายของมนุษย์อีกด้วย

ในปัจจุบันนี้มีสิ่งที่เกิดขึ้นและเมื่อเราได้รับรู้  เราอาจจะไม่เชื่อก็ได้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ นักวิยาศาสตร์ชาวดัตซ์ ได้ทำการสร้างไข้หวัดนกที่ตายไปแล้ว และได้ทำให้มันเกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในธรรมชาติจะไม่มีการสามารถถ่ายทอดได้ง่าย  ภายในหมู่มนุษย์แต่ถ้าว่านักวิจัยได้ทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ไวรัสของไข้หวัดนกให้สามารถถ่ายทอดและติดต่อได้ง่ายขึ้นในมนุษย์

และได้มีการทดสอบไวรัสตัวใหม่เข้าในการทดสอบกับสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Ferret ซึ่งมันเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งจำพวกวีเซลล์นั้นเป็นเพราะพวกมันจะมีอาการคล้ายกับ ไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในมนุษย์ ไวรัสจากไข้หวัดนกที่ถูกสร้างขึ้นในอีก 10 รุ่นต่อมาพวกมันได้มีการเปลี่ยนแปลงและกลายพันธุ์

จนในที่สุดพวกมันก็ได้กลายเป็นไวรัสที่สามรถแพร่กระจายผ่านในอากาศได้ดีซึ่งโรคไข้หวัดนกตามธรรมชาติไม่โรค  ที่สามารถแพร่กระจายได้ดีในอากาศ ซึ่งในการสร้างไวรัสในครั้งนี้ได้ทำให้เกิดการขัดแย้งในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ และมันก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันมากขึ้นเมื่อนักวิจัยชาวดีตซ์ได้พยายามเผยแพร่กระบวนการ การสร้างไวรัสที่เป็นอันตรายถึงชีวิตสู่สาธารณะชน นักวิทยาศาสตร์

  มีความกลัวว่ากลุ่มของผู้ก่อการร้าย  จะสามารถใช้การศึกษาดังกล่าวเพื่อมาสร้างเป็นอาวุธชีวภาพเพื่อเป็นอันตรายต่อชีวิตซึ่งมันจะสามารถ ใช้สังหารประชากรมนุษย์ได้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรมนุษย์บนโลกเลยก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อมีการสร้างไวรัสชิดใหม่ขึ้นมาจึงมักจะไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะเท่าไหร่นัก

 

สนับสนุนมาจาก  แทงหวยลาว

ลมพิษ (Urticaria) 

ท่านทราบหรือไม่ว่า การรับประทานยาแก้ปวดเป็นเวลานาน  การรับประทานอาหารบางชนิดที่เราไม่คุ้นเคย การรับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  รวมถึงความร้อนจากแสงอาทิตย์ และภาวะของความเครียดทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุหนึ่ง  ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ ที่พบเห็นมากที่สุดจะแสดงอาการทางผิวหนัง  จะปรากฏเป็นผื่นบวมนูนสีขาวล้อมด้วยสีแดง มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน

และส่งผลทีชัดเจนในผู้ป่วย ประการแรกคือ มีอาการคัน และมีอาการแสบร้อนในบริเวณที่เป็นผื่น การเกิดลมพิษ ในร่างกาย พบว่า เกิดขึ้นได้ทุกส่วน ใบหน้า ลิ้น ริมฝีปาก คอ หรือ หู

ในประเทศไทย ลมพิษมีอยู่เพียง 2  ชนิด คือ ลมพิษชนิดเฉียบพลัน และลมพิษชนิดเรื้อรัง อาการที่เกิดในลมพิษชนิดเฉียบพลัน จะหายไปได้เองอย่างรวดเร็ว ไม่เกิน 2 วัน หรือ มากสุดไม่เกิน 1 เดือนครึ่ง ส่วนลมพิษชนิดเรื้อรัง จะมีอาการ เกิน 1 เดือนครึ่ง และเป็น ๆ หาย ๆ แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่อันตรายถึงชีวิตได้ แต่ผลของโรคจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย ให้เกิดความไม่สบายตัวในการทำภารกิจ การงานใด ๆ และส่งผลต่อการพักผ่อนของร่างกายที่ 1 ใน 3 ต้องเป็นเวลาของการพักผ่อนนอนหลับ แพทย์ระบุว่า เกิดขึ้นใน เพศหญิงมากกว่า เพศชาย

ยังไม่พบสาเหตุแน่นอน ของการเกิดโรคลมพิษ แต่ที่พบบ่อย มักมีสาเหตุมาจากการได้รับสิ่งกระตุ้นหลาย ๆ อย่างจากการดำเนินชีวิต ตั้งแต่ ตื่นนอน จนถึง การเข้านอน และ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำลายตัวเอง หรือที่เรียกว่าปฏิกิริยาแพ้ภูมิตัวเอง การรักษาอาการนี้  จึงทำได้เพียงเบื้องต้น ที่การให้ยารักษาอาการคัน

และผู้ป่วยต้องสังเกต การได้รับสิ่งผิดปกติ เข้าร่างกาย ไม่ว่า จะเป็นการได้มา โดยการกิน การสัมผัส สิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ในช่วงเวลาที่มีอาการคัน และดีที่สุด หากรักษาเบื้องต้นด้วยตัวเองไม่ได้ผล ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้สั่งยา ที่เหมาะสมกับอาการของโรค  ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยลมพิษระยะเฉียบพลันและ 50 %  ของผู้ป่วยระยะเรื้อรัง

มักจะมีอาการบวมของเนื้อเยื่อในชั้นลึกของผิว  และเป็นอันตรายถึงชีวิตถ้ามีผลต่อการหายใจ ทางการแพทย์ พบว่า โรคลมพิษ มีผลต่อการพัฒนาไปสู่โรคอันตราย เช่น ไทรอยด์ หรือ ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วย นั่นคือ ผู้ป่วยโรคลมพิษ จึงควรหมั่น ตรวจสอบตัวเอง

และควรหลีกเลี่ยงอะไร ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เพื่อให้บรรเทา และป้องกันโรคลมพิษได้ด้วยตัวเอง รวมไปถึงระมัดระวังในการรับประทานยาต่างๆ ประเภทยาชุด หรือยาประเภท ยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ส่งผลต่อการไปกระตุ้นให้เกิดลมพิษได้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

เรื่องของน้ำ  หรือว่าประโยชน์ของน้ำ

การที่เรานั้นขาดน้ำหรือว่าเรานั้นกินน้ำที่ไม่เพียงพอต่อร่างกายนั้นจะส่งผลให้เรานั้นเป็นคนที่ขาดน้ำและทำให้ร่างกายนั้นเริ่มที่อ่อนแอและทำให้ผิวของเรานั้นแห้งหยาบ  ผิวเรานั้นเหี่ยวและย่น  ไม่เต่งตึง  ดังรั้นการที่เรานั้นกินน้ำจะทำให้ผิวพรรณของเรานั้นดูมีน้ำมีนวลและทำให้เรานั้นมีดูเด็กลงด้วยถ้าเรานั้นกินน้ำเพียงพอต่อร่างกาย  

      ดังนั้นการที่เรานั้นกินน้ำให้เพียงพอต่อวันหรือว่าเรานั้นกินน้ำต่อวันหรือว่าทุกวันนั้นให้เพียงพอนั้นจะทำให้ร่างกายของเรานั้นมีสุขภาพที่ดีและไม่ทำให้เรานั้นเกิดภาวการณ์ขาดน้ำต่อร่างกาย   และทำให้ระบบข้างในของเรานั้นมีสุขภาพที่ดีเพราะว่าน้ำนั้นสำคัญต่อการที่เรานั้นใช้ชีวิตอย่างมาก  

        อย่างเช่นเรานั้นต้องใช้น้ำในการที่เรานั้นอาบน้ำ  หรือว่าทำทุระส่วนตัว หรือว่าการที่เรานั้นซักผ้านั้นเราก็ต้องใช้น้ำเหมือนกันดังนั้นน้ำนั้นเป็นส่วนหรือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน  ดังนั้นถ้าเรานั้นใช้น้ำก็ควรที่จะใช้น้ำอย่างประหยัดหรือว่ารู้คุณค่าของน้ำเพราะว่าตอนนี้นั้นการน้ำนั้นก็เริ่มที่จะพอเพราะว่าเรานั้นใช้กันอย่างไม่ประหยัด  ก็ทำให้น้ำนั้นหมดไป  การที่เรานั้นจะปลูกต้นไม้หรือว่ารถน้ำผักนั้นเรานั้นก็ควรที่จะใช้น้ำที่ล้างจานในการที่เรานั้นไปรถน้ำผักหรือว่าน้ำที่เรานั้นซักผ้า  เอามารถน้ำต้นไม้นั้นก็ได้  

ดังนั้นไม่ใช่ว่าน้ำนั้นจะสำคัญกับเราแค่เรานั้นกินเพียงอย่างเดี่ยวยังสำคัญต่อการที่เรานั้นใช้ชีวิตประจำวันนั้นอีก  ว่าง่ายนั้นสำคัญทุกอย่างไม่ว่าน้ำนั้นจะมาเป็นแบบไหนก็สำคัญ

ดังนั้นเราควรที่จะกินน้ำให้ให้เพียงพอต่อร่างกาย  เพราะถ้าเรานั้นกินน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายนั้นขาดน้ำและทำให้สุขภาพของเรานั้นแย่ไปอีกด้วย เพราะว่าน้ำนั้นสำคัญต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นแบบไหน  เพราะว่าทุกส่วนของร่างกายนั้นต้องการน้ำทุกส่วนของร่างกาย  

     ไม่ว่าน้ำนั้นจะมีรูปแบบไหน จะเป็นการที่เรานั้นใช้ชีวิตเกี่ยวกับน้ำจะเป็นการที่เรานั้นกินน้ำหรือว่าจะอาน้ำนั้นอุปโภคหรือว่าบริโภคนั้นก็ทำได้  เรานั้นคิดว่าคนไทยทุกคนั้นหน้าที่จะช่วยกันรักษาน้ำหรือว่าเรานั้นไม่ควรที่จะทิ้งน้ำนั้นลงแม่น้ำเพราะว่าการที่เรานั้นทิ้งขยะลงในแม่น้ำนั้นก็เป็นการที่เรานั้นทำลายแม่น้ำทั้งทางอ้อมและทางตรง  ดังนั้นเราควรที่จะช่วยกันรักษาแม่น้ำลำคลองของเรานั้นด้วย ด้วยการที่เราไม่ทิ้งขยะกัน  

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

การที่เราใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ติดเชื้อโรคเอดส์ 

   การที่เราอยู่กับแฟนโดยที่เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่แพร่เชื้อให้เพราะว่าต่างคนต่างก็มาและก็มาเจอกัน  จนอยู่มาวันหนึ่งเมื่อเราอยากที่จะมีครอบครัว   เราจึงเดินจับมือเพื่อที่จะไปปรึกษาคุณหมอ  เพื่อที่จะวางแผนในการที่จะมีครอบครัว  เมื่อคุณหมอให้เรามาตรวจเลือดนั้นเราทั้งสองคนกลับพบว่าเลือดของเราทั้งสองคนเป็นเป็นบวกคือติดเชื้อเอชไอวี  

พอต่อมาจากนั้นเราก็มานั่งเถียงกันว่าใครเป็นคนที่นำเชื้อมาคราวนี้เราก็ต้องไปปรึกษาคุณหมอว่าเราต้องทำอย่างไร   

     เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่ออยู่บ้าน  

เมื่อเรานั้นรู้ตัวว่าเรามีเชื้อเอชไอวีสิ่งแรกที่เราที่เรารู้คือคือเราจะต้องทำตัวอย่างไร  เพราะว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง  เพราะว่าในบ้านของเรานั้นมีทั้งเด็กและคนอื่นอีก   เราจะทำตัวอย่างไรเพราะว่าเรากลัวที่เราจะเชื้อนั้นมาติดต่อกับคนในบ้าน      แต่ว่าการติดเชื้อนั้นไม่ใช่  ว่าการที่เรานั่งกอดกัน  จูบกัน  หยอกล้อกัน  หรือแม้กระทั่งการที่เรากินอาหารร่วมกัน  หรือว่านอนร่วมกันนั้น   จะใช้จานช้อนร่วมกัน  ไม่สามารถที่จะแพร่เชื้อได้  

ดังนั้นสิ่งแรกที่เราควรที่จะทำคือการที่เราทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรง  และการที่เราที่ได้รับเชื้อนั้นระเผาผลาญสิ่งต่างๆนั้นก็ไม่เหมือนเดิม   คือเราต้องทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง เพื่อที่จะได้ไม่เป็นโรคแทรกซ้อน  

การมีเพศสัมพันธ์ ได้ไหมเมื่อเราติดเชื้อ  

คนที่เป็นโรคเอดส์นั้นไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ว่าเราควรที่จะระวังให้มาก ลองมาดูว่ามีมีอะไรบ้างที่ควรปฎิบัติก่อนและหลังเสร็จกิจ  

  • เมื่อเราจะมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนเราก็ควรที่จะป้องกันด้วยการที่เราใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อเราจะเพศสัมพันธ์  เพราะว่าถุงยางนั้นจะช่วยป้องกันเชื้อเอชไอวีไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย   
  • เมื่อเราต้องการที่จะมีเพศสัมพันธ์ทางปาก   โอกาสที่เราจะติดเชื้อจากทางช่องปากนั้นเป็นไปได้น้อย  แต่ว่าถ้าเป็นความต้องการหรือว่าแฟนของเราต้องการเราก็ควรที่จะมีแผ่นแดมหรือว่าใช้ถุงยางเพื่อหลีกเลี่ยงการที่เราจะได้รับเชื้อนั่นเอง   
  • การกอดจูบ หรือว่าร่วมกันสำเร็จความใคร่ด้วยการที่เรานวดต่างๆ  นั้นก็ถือว่าเป็นการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุด   

ถ้าทั้งคุณและแฟนหรือว่าคู่นอนของคุณนั้นเป็นเหมือนกันคุณอาจจะไม่ป้องกันก็ได้  หรือว่าคุณจะเลือกที่จะปรึกษาคุณหมอให้แน่ใจก่อน  แต่ว่าการที่เราจะมีเพศสัมพันธ์กันนั้นเราต้องทำความเข้าใจกันและกันและการที่เรารู้จักป้องกัน  และเป็นความรับผิดชอบในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย         

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เราจะมาบอกวิธีในการบอกลาอาการบวมน้ำ

เราเคยไหมที่เราตื่นมาแล้วเรานั้นส่องกระจกดูตัวเองแล้วรู้สึกได้ว่าตัวเรานั้นบวมขึ้น  จนทำให้เราสังเกตเห็นถึงแก้มพุงก็ป่องออกมานั้น รวมไปถึงทั้งแขนและขา  อาการเหล่านี้เขาเรียกว่าอาการที่เราบวมน้ำ  ที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมาจากการที่เรากินอาหารหรือว่าพฤติกรรมของการกินนั่นเอง  เราไปดูสิว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอาการตัวบวมน้ำได้ขนาดนี้  และยังมีวิธีบอกลาอาการตัวบวมให้กลับมามีหุ่นที่เป๊ะอีกด้วย  

ตัวการสาเหตุที่ทำให้เรามีอาการตัวบวม

 

  • กินเค็ม   เมื่อเรากินอาหารที่เค็มเยอะๆร่างกายก็จะเก็บน้ำไว้โดยอัตโนมัติเพื่อที่จะได้ขับโซเดียมส่วนเกินออกมาทางไตทำให้รู้สึกได้ว่าตัวของเรานั้นเกิดอาการที่บวมๆอึดอัด  และก็อาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้   
  • ประจำเดือน  เกิดจากการที่เราไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน  และก็กลายให้มีการกักของเหลวในร่างกายนั้นมากเกินกว่าปกติ  
  • กินไฟเบอร์เยอะเกินไป  เมื่อเรากินผักที่มีกากใยอาหารที่เยอะนั้นเป็นเรื่องที่ดีรวมไปถึงการที่เรากินอาหารที่เสริมนั้นด้วยแต่ว่าการที่เรากินมากจนเกินไปนั้นก้อาจจะส่งผลต่อร่างกายของเรานั่นเองอย่างเช่นจะทำให้เรานั้นท้องอืด  
  • การที่เรานั่งในท่าเดิมๆเป็นเวลาที่นาน  การที่เรานั่งหรือว่ายืนอยู่ในท่าเดิมนั้นก้จะส่งผลให้เรานั้นบวมน้ำได้เช่นกัน  โดยเฉพาะหน้าร้อน  

 

วิธีการในการลดอาการบวมน้ำ   

เมื่อเรารู้ตัวว่าเราเกิดอาการบวมน้ำเราก็กินน้ำยิ่งเข้าไปอีก  ไม่ต้อง  งง ค่ะใช่ถูกแล้วการที่เราบวมน้ำให้เรานั้นกินน้ำเข้าไปเพราะว่าการี่เรากินน้ำมากๆนั้นจะช่วยในการขับโซเดี่ยมออกจากร่างกายเป็นอย่างดีนั่นเอง  

เลี่ยงการกินอาหารที่เค็ม   อย่างที่เราเคยบอกไปแล้วว่าการที่เรากินอาหารที่เค็มนั้นจะเสี่ยงต่อการที่เป็นบวมน้ำ  สาเหตุนั้นก็คือการที่เรากินโซเดี่ยมเข้าไปมากเกินไป   ดังนั้นเมื่อเรากินอาหารเราก็ควรที่จะกินอาหารี่ไม่มีรสชาติจัดจนมากเกินไป  ไม่ใสผงชูรส และก็พยายามที่จะไม่กินอาหารที่แช่แข็งหรือว่าที่อยู่ตามร้านสะดวกซื้อ  แต่ถ้าใครนั้นที่ทำอาหารกินเองนั้นเป็นเรื่องที่ดีไปค่ะ   

การออกกำลังกาย   เพียงแค่เรานั้นลุกขึ้นมาขยับขาเบาๆก็เป็นการช่วยในเรื่องของการระบบไหลเวียนของหัวใจ  ซึ่งจะช่วยให้ลดอาการบวมลงได้  นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้เลือดลมนั้นได้ไหลเวียนได้ดี  

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

อาหารที่ไม่ดีต่อผู้สูงอายุ

เมื่อคนเรามีอายุที่มากขึ้น ระบบการทำงานต่าง ๆในร่างกายก็จะมีประสิทธิภาพการทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม ระบบย่อยอาหารก็เช่นกัน

ดังนั้นผู้ที่มีอายุมากขึ้นการเลือกรับประทานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะระบบการย่อยอาหารเริ่มทำงานได้น้อยลง หากรับประทานอาหารที่ย่อยยากเข้าไป กระเพาะอาหารก็จะทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆตามมาได้ บทความนี้จึงมาแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ผู้สูงอายุไม่ควรรับประทานเพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารทำงานหนักจนเกินไป

อาหารประเภทที่มีไขมันทุกชนิด หากผู้สูงอายุรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลทำให้เกิดโรคต่าง ๆตามมาได้ง่าย เพราะกระบวนการนำไขมันไปใช้ประโยชน์ของร่างกายผู้สูงอายุทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม จึงเกิดการสะสมของไขมันได้ง่าย ส่งให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย แต่หากรับประทานแค่เพียงเล็กน้อยก็เป็นผลดีเพราะไขมันนั้นเป็นส่วนที่ช่วยในการสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย และยังเป็นตัวที่ช่วยในการดูดซึมวิตามินไปใช้ประโยชน์ตามส่วนต่าง ๆของร่างกายอีกด้วย

เต้าหู้ยี้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะชอบรับประทานเต้าหู้ยี้ เพราะรับประทานง่าย และยังมีรสชาติที่ถูกปากอีกด้วย แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ด้วยความที่ระบบย่อยอาหารของผู้สูงอายุทำงานได้ไม่ค่อยดีนัก จึงจะส่งผลให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ และในอาหารชนิดนี้มีโซเดียมเป็นส่วนผสมในปริมาณที่มาก หากผู้สูงอายุรับประทานเข้าไปบ่อยครั้ง จะเกิดการสะสมในร่างกายทำให้อาจเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

ผักกาดดอง หรือจำพวกของดองทุกชนิด เป็นอาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะระบบขับถ่ายของผู้สูงอายุนั้นค่อนข้างจะขับถ่ายได้ง่ายกว่าคนในวัยอื่น ๆ การรับประทานของหมักดองจึงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วงได้ง่าย จึงควรหลีกเลี่ยง แต่หากอยากรับประทานก็สามารถรับประทานได้ในปริมาณที่น้อย เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อระบบขับถ่ายมากจนเกินไป

ผลไม้ที่มีรสชาติหวานจัด การรับประทานผลไม้เป็นสิ่งที่ดีต่อผู้สูงอายุ เพราะช่วยบำรุง และเสริมสร้างวิตามินต่าง ๆให้แก่ร่างกาย แต่หากรับประทานผลไม้ที่มีรสชาติหวานจัดจนเกินไปจะทำให้มีน้ำตาลไปสะสมอยู่ในเลือดสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานในผู้สูงอายุ

แอลกอฮอล์ทุกชนิด เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุไม่ควรรับประทานเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลเสียต่อร่างกายในหลาย ๆด้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวต่าง ๆควรที่จะหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้อาการของโรคนั้น ๆกำเริบขึ้นมาได้ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจ การรับประทานแอลกอฮอล์เข้าไป อาจทำให้อาการของโรคกำเริบจนถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตก ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน จนอาจเสียชีวิตได้

ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรเลือกในการรับประทานอาหารเป็นอย่างมากเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอยู่เสมอ และที่สำคัญถึงจะมีอายุที่มากแล้วก็ไม่ควรที่จะลืมการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายด้วย

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

เกลือดำ

เกลือดำ เป็นหินเกลือที่อยู่ตามแถบบริเวณภูเขาไฟได้เผาไหม้จากลาวามานานนับร้อยปี จึงทำให้เกิดสีดำ และจะมีสารของกำมะถัน จึงทำให้มีกลิ่นแรงต่างจากเกลือของประเทศไทยเรา และยังความเป็นค่าประจุไฟฟ้าสูง ในค่าประจุไฟฟ้าลบที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ  ในเกลือดำยังมีแร่ธาตุมากมายถึง84ชนิด เมื่อเรารับประทานเข้าไปจะทำให้เขา ออกกับเซลล์ในร่างกายได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยของร่างกาย และความแตกต่างของเกลือดำกับเกลือของไทย ก็คือสีของเกลือบ้านเราจะเป็นสีขาว มีไอโอดีนช่วยลดการเป็นคอหอยพอก แต่ก็มีโซเดียมสูง

เมื่อรับประทานมากๆอาจจะทำให้เกิดโรคไต โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ แต่สีของเกลือดำนั้นจะเป็นสีฉุนกว่า เมื่อเทาออกดำ และที่ต่างกันอีกอย่างคือกลิ่น กลิ่นของเกลือดำจะทานเข้าไปจะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคต่างๆได้มากมาย

สรรพคุณของเกลือดำ

เกลือดำมานิยมในบ้านเรา เพราะเชื่อว่าสามารถรักษามะเร็งได้ และเมื่อมาซื้อลองรับประทานกันในเกลือดำยังช่วยในหลายๆเรื่องของโรคภัยต่างๆในตัวมนุษย์เรา อย่างช่วยลดกรดไหลย้อน ท้องอืด และยังช่วยลดค่าไตในคนที่เป็นโรคไตวาย ช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน และยังช่วยลดอาการปวดข้อ ปวดกระดูก รักษาอาการผิวแห้ง ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย และในเกลือดำนั้นมีสารกำถันที่มีอยู่ในเกลือดำนั้นมากจึงเป็นส่วนประกอบของเคราตินที่อยู่ในร่างกายเราจะช่วยสร้างคลอลาเจน จึงช่วยบำรุงผิวให้สวย ขน ผม เล็บให้มีสุขภาพดี และยังช่วยเสริมข้อกระดูกให้มีคลอลาเจนมากขึ้นด้วย

และยังสร้างเนื้อเยื่อให้แก่ร่างกายเราด้วย และในเกลือดำยังมีแร่ธาตุที่ร่างกายเราต้องการมากมาย ยังสามารถช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ไม่อ่อนแรงหายเหนื่อยหายเพลียได้อีกเช่นกัน ยังช่วยให้นอนหลับสบาย และยังช่วยชะลอวัยให้แกบรรดาคุณผู้หญิงอีกด้วย

สรรพคุณของเกลือดำนี้ยังไม่หมด เพราะยังช่วยในการรักษา หรือบรรเทาอาการหลายอย่าง หากท่านสนใจอยากจะลองทาน ก็มีช่องทางให้เลือกซื้อมากมาย ก็ลองหาดูในอินเทอร์เน็ตที่มีร้านค้าได้นำเกลือดำมาเสนอขาย ส่วนราคาของเกลือดำนั้นค่อนข้างราคาจะสูงตกกิโลกรัมละ300-400บาท ถ้าสั่งซื้อทางออนไลน์ก็จะมีการบวกค่าส่งไปอีก แต่แค่เห็นสรรพคุณของเกลือดำแล้วก็น่าลองหามาทานกันดู เพราะมีประโยชน์สรรพคุณมากกว่าเกลือบ้านเรา มีติดบ้านไว้ก็ไม่น่าเสียหายอาไร

 

ขอบคุณ  แทงหวยฮานอย  ที่ให้การสนับสนุน

การชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์

การชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ คือการนำเอาหลักฐานที่สำคัญทั้งหมดอย่างเช่น คราบเลือด คราบอสุจิ เส้นผมหรือสารคัดหลั่งต่างๆ เพื่อช่วยในการสืบค้นเเละหาตัวคนร้ายที่เป็นคนกระทำต่อผู้เสียหาย เพื่อมาช่วยในการไขคดีความทางกฏหมาย เพื่อไห้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์นี้เป็นการนำเอาวิทยาศาตร์มาใช้ควบคู่กันในการหาสิ่งต่างๆที่คนธรรมดาอาจไม่รู้ ซึ่งการชันสูตรเหล่านี้ เป็นการชันสูตรทางเทคโนโลยีอย่างหนึ่งเช่น การหาทางฟิสิกส์ ชีวะวิทยา เคมี การตรวจด้วยเหงื่อ

เเละยังมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถตรวจได้ด้วย เช่น

1.การใช้ระบบตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือหรือ AFIS เป็นการนำคอมพิวเตอร์ออกมาใช้ในการตรวจสอบเเละค้นหาลายนิ้วมือของบุคคลนั้นด้วย ซึ่งการหาเเบบนี้นั้นเป็นการหาที่เฉพาะเจาะจงคนที่ค้นหาได้ถูกต้องเเละตรงที่สุดเพราะลายนิ้วมือของเเต่ละคนนั้นไม่สามารถปลอมเเปลงเเทนกันได้ เเม้กระทั่งฝาเเฝดยังลายนิ้วมือไม่เหมือนกันเลย

2.การหาประวัติอาชญากรหรือCDOS การหาประวัติอาชญากรทำไห้หาตัวผู้ถูกกระทำความผิดได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งมีประโยชน์มากจากการสอบสวนสืบคดีความ เพราะถ้าเรามีประวัติของคนร้ายนั้นจะทำไห้ข้อมูลขึ้นมาหมดว่าใครเคยก่อคดีอะไร จากนั้นเราก็จะรู้เเละสืบสาวหาคนร้ายได้อย่างง่ายดายขึ้น ซึ่งการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น ก็สามารถหาร่องรอยจากศพได้ เช่น การชันสูตรศพ โดยที่จะนำซากศพมาชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วย โดยการหาคราบเลือด เเละดีเอ็นเอต่างๆเเละกับการประกอบหาด้วยผู้คนที่ตายคือใคร การชันสูตรเเบบนี้จะนิยมมากในคดีฆาตกรรมของคนที่สูญหายไปนานจนไม่รู้ว่าโครงกระดูกหรือศพนั้นเป็นใครที่สูญหายไป

ซึ่งในการชันสูตรเเบบนี้คือการหาโครงกระดูก การหาระยะเวลาในการตายว่าเสียชีวิตมากี่ชั่วโมงเเล้ว การหารอยฟกช้ำการร่างกายว่าผู้ตายโดนอะไรมา กาหาอาหารในกระเพาะของผู้ตายว่าก่อนจะเสียชีวิตนั้นผู้ตายทานอาหารอะไรมา เเละสภาพศพที่สมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์เเละหาการตาย เช่น การจมน้ำ การถูกฆาตรกรรมเเละข่มขืน สารพิษปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย

ซึ่งการเสียชีวิตเเบบผิดธรรมชาตินั้นก็จะชันสูตรศพนานหน่อยเพราะต้องใช้ความละเอียดเเละความเเม่นยำซึ่งการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าวนั้น เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่วนปัจจุบัน เพื่อใช้ควบคู่กับคดีความเช่นคดีฆาตกรรมเป็นต้น โดยที่จะใช้ตามหาผู้ถูกกระทำหรือตัวคนร้ายได้อย่างชัดเจนว่าเขาคือใคร ซึ่งในอดีตยังไม่มีการชันสูตรทางนิติวิทยาศาตร์ทำไห้หาตัวคนร้ายได้ยากขึ้น จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเเละมีการใช้วิทยาศาสตร์ต่างๆมาช่วยไขคดีความในการใช้ในการสอบสวนเเละควบคู่กันไปในการปลดลอดคดีความนั้นๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

คนท้องควรกิน !!!

สำหรับหญิงสาวคนไหนที่กำลังท้องควรจะมีการบำรุงตัวเองเป็นพิเศษเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นจะส่งผลต่อการพัฒนาของลูกน้อยในครรภ์ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านร่างกายหรือสมอง ล้วนส่งผลทั้งสิ้นดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องควรจะหาอะไรกินเพื่อเข้าไปเสริมสร้างร่างของของลูกน้อยให้แข็งแรง

มาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องควรกิน

  1. ปลาแซลมอน  อย่างแรกเลยคือเนื้อปลา คุณแม่ควรทานเนื้อปลาให้มากมาก ปลาอะไรก็ได้ยิ่งเฉพาะปลาแซลมอนจะดีมากมากเพราะปลาชนิดนี้มีโอเมก้า 3 เยอะซึ่งมันจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณมีความจำดีเป็นเด็กฉลาด หากเรากินปลาแซลมอนตั้งแต่ลูกเราอยู่ในท้องก็ประโยชน์ของปลาที่เราจะได้รับจะส่งผลทั้งต่อตัวแม่เองและลูกน้อยในท้องเพราะโอเมก้า 3 จะเข้าไปพัฒนาการทำงานของระบบสมองให้กับทารกในครรภ์
  2. ผักใบเขียวเข้ม อันนี้เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผักใบเขียวนั้นมีประโยชน์อย่างมาก เพราะจะเต็มไปด้วยวิตามินทั้ง เอ , ซี , เค , และยังมีพวกกรดโฟลิกและแคลเซียมที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จำเป็นต้องใช้งานในปริมาณที่มากอย่างยิ่ง ซึ่งหากเรากินผักใบเขียวเข้าไปจะส่งผลให้ลดความเสี่ยงให้กับเด็กในท้องไม่ต้องมีความผิดปกติตั้งแต่เกิด และยังช่วยเรื่องการดูแลสุขภาพของทั้งแม่และเด็กให้แข็งแรง ซึ่งยังมีผลต่อการพัฒนาการของเด็กทารกได้อีกด้วย ตัวอย่างของผักใบเขียวเข้มที่ควรกิน ได้แก่ ผักคะน้า ผักบรอกโคลี หรือแม้แต่ผักโขม
  3. ข้าวโอ๊ต  สำหรับอาหารที่เหมาะกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้น ข้าวโอ๊ตคือหนึ่งในอาหารที่คุณแม่ควรกิน เพราะข้าวโอ๊ตจะมีใยอาหารเยอะ รวมถึงมีทั้งวิตามินบีและแร่ธาตุต่างๆ ดังนั้นหากคุณแม่ที่กำลังท้องกินจะช่วยคุณแม่เรื่องของลดความเสี่ยงในการเป็นโรคโลหิตจางและยังช่วยคุณแม่ในเรื่องการอาเจียน คลื่นไส้ ที่สำคัญช่วยให้ท้องไม่ผูกอีกด้วย ส่วนทางด้านของทารกเองก็จะเข้าไปช่วยเกี่ยวกับการบำรุงสมองของทารก และการสร้างเซลล์สมองและอวัยวะต่างต่างของทารกให้สมบูรณ์แข็งแรง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นี้เป็นเพียงอาหารบางส่วนที่เหมาะกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ยังมีอีกหลายเมนูที่คุณแม่ช่วงตั้งท้องควรจะต้องกินอาหารเหล่านี้ให้มากดีกว่าการไปหาซื้อยาเสริมร่างกายมากินเพราะการกินอาหารเหล่านี้ปลอดภัยมากกว่าการกินยาเสียอีก  ทั้งอิ่มและมีประโยชน์แบบนี้แล้ว คุณแม่แม่ทั้งหลายอย่าลืมหามาทานกันนะคะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ท้องเสียมากจากการดื่มกาแฟ


ท้องเสียมากจากการดื่มกาแฟ
หลายๆ คนบางทีอาจจะเคยสังเกตว่าสินค้าลดความอ้วน หรือยาระบายถ่ายท้องสำหรับผู้ที่มีลักษณะท้องผูก มักมาในลักษณะของกาแฟสำเร็จรูป บางบุคคลกล่าวว่าดื่มกาแฟอย่างไรก็จำต้องถ่ายอยู่แล้ว เพียงแค่กาแฟปกตินี่แหละ ไม่ต้องใส่สมุนไพรมะขามแขกหรืออะไรทั้งหมด แต่ว่ากับบางบุคคลก็ดื่มกาแฟแล้วไม่มีอาการอะไรใดๆ เพราะเหตุใดถึงเป็นแบบนั้น?

นพ.พิรัตน์ หมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์ เจ้าของเฟซบุ๊คเพจ ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว ชี้แจงว่า

กาแฟ รวมทั้งคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นตัวรับมัสคารินิก ซึ่งกระตุ้นให้ลำไส้ของเรามีการบีบตัว นอกนั้นการกินน้ำ (กาแฟ) ในจำนวนมาก (3 แก้วขึ้นไป) ก็ทำให้กระเพาะยืดตัว กระตุ้นแก๊สโตรโคลิกรีเฟล็กซ์ ซึ่งทำให้เกิดการถ่ายอย่างหมดไส้หมดท้องได้”

แม้กระนั้นกรณีนี้จะเกิดขึ้นก็เมื่อเป็นผู้ที่ไม่เคยดื่มกาแฟมาก่อน หรือนานๆ ดื่มกาแฟ ไม่ได้ดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนใดกันแน่ที่รู้สึกตัวว่าไม่ค่อยได้ดื่มกาแฟ ก็อย่าดื่มกาแฟมาก เพราะว่านอกเหนือจากจะมีความเสี่ยงต่ออาการท้องเดินแล้ว บางทีอาจโดนฤทธิ์ของคาเฟอีนเข้าไปได้ (ในบางราย) เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ ไม่สบายใจ ปวดหัว หรือบางบุคคลบางครั้งก็อาจจะแพ้คาเฟอีน ยกตัวอย่างเช่น ริมฝีปาก หรือลิ้นบวม ผื่นขึ้น ถ้าหากมีลักษณะอาการร้ายแรงบางทีอาจถึงกับขนาดหน้าบวม หายใจไม่ออก อ้วกคลื่นไส้ แล้วก็เวียนหัวได้ด้วยเหมือนกัน

โดยเหตุนั้น เทคนิคสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ดื่มกาแฟแล้วต้องการดื่มเพื่อแก้ง่วงนอน หรือต้องการดื่มเพื่อลิ้มชิมรสชาติ ควรที่จะเลือกดื่มกาแฟในสูตรที่ไม่เข้มข้นมากมาย อาจจะเริ่มต้นจากกาแฟลาเต้ มอคค่า หรือสั่งบาริสต้าให้ลดความเข้มข้นกาแฟลง รวมทั้งอย่าดื่มเกิน 1 แก้วในคราวเดียว ตลอดวันไม่ดื่มเกิน 3 แก้ว (แก้วกาแฟ) จิบครั้งละนิด เบาๆ ไม่ดื่มรวดเดียวหมด หรือจะหาอาหารทานระหว่างดื่มกาแฟไปด้วยก็ได้ จะช่วยทำให้ร่างกายซึมซับคาเฟอีนช้าลง